อาการโควิด 19

อาการโควิด 19

อาการโควิด 19 (โคโรน่าไวรัส)

โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) จะออกอาการไม่รุนแรง โดยจะมีอาการน้ำมูกไหล เจ็บคอ ไอ และมีไข้ อาการป่วยอาจรุนแรงขึ้นได้สำหรับบางคน และทำให้เกิดภาวะปอดอักเสบหรือหายใจลำบาก
โรคอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตซึ่งพบไม่บ่อย ผู้สูงอายุและผู้ที่มีสภาวะป่วยไข้อื่นๆ (เช่น หืดหอบ เบาหวาน หรือโรคหัวใจ) อาจมีความเสี่ยงมากขึ้นที่อาการป่วยจะรุนแรง

ผู้ที่ติดเชื้ออาจมีอาการดังนี้

น้ำมูกไหล
เจ็บคอ
ไอ
มีไข้
หายใจลำบาก (กรณีรุนแรง)

เมื่อมีอาการป่วย ควรทำอย่างไร

กรมควบคุมโรคแนะนำว่าผู้ที่มีอาการป่วยในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของ โควิด (ไวรัสโคโรน่า) 2019 ควรมีการปฏิบัติดังนี้

  • ควรพักผ่อนอยู่ที่บ้าน งดเดินทาง หลีกเลี่ยงที่ชุมชน
  • ปิดปากและจมูกด้วยกระดาษทิชชู่ทุกครั้งที่ไอหรือจาม
  • ทิ้งกระดาษทิชชู่ลงในถังขยะทุกครั้ง
  • ทำความสะอาดเชื้อโรคบนสิ่งของ และผิวสัมผัสต่างๆ เป็นประจำ
  • ไม่ควรเดินทาง ไปที่ต่างๆ
  • เก็บตัวอยู่ที่บ้าน เพื่อดูอาการ
  • หากมีอาการมากขึ้นให้ทำการติดต่อไปที่โรงพยาบาล
  • กรณีต้องการติดต่อ ใช้โทรศัพทในการติดต่อ

นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่มีอาการป่วยหลังจากเดินทางไปประเทศกลุ่มเสี่ยง เช่น มีอาการไข้ ไอ มีน้ำมูก เหนื่อยหอบ ต้องไปพบแพทย์พร้อมแจ้งประวัติการเดินทาง รวมถึงใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา และหลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้อื่น และป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส

เราควรมีการป้องกันตัวเองจาก โควิด 19 (ไวรัสโคโรน่า 2019) 

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดผู้มีอาการป่วย รักษาระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณตา จมูกและปาก โดยไม่ได้ล้างมือ ควรล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือน้ำยาแอลกอฮอล์ล้างมือ 70% หากมีไข้ ไอ หายใจลำบาก ให้ไปพบแพทย์ทันที และแจ้งประวัติการเดินทาง
  • เมื่อท่านมีอาการป่วยท่านควรป้องกันการแพร่กระจายเชื้อสู่ผู้อื่นอย่างไร? ควรพักอยู่ที่บ้าน ปิดปากและจมูกด้วยทิชชูทุกครั้งที่ไอหรือจาม และทิ้งลงถังขยะ ทำความสะอาดและทำลายเชื้อตามวัสดุสิ่งของ และผิวสัมผัสต่างๆ
  • หากท่านมีอาการป่วยหลังกลับจากการเดินทางไปสาธารณรัฐประชาชนจีนควรทำอย่างไร? หากท่านเดินทางกลับจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใน 14 วัน และมีอาการไข้ ไอ น้ำมูก เหนื่อยหอบ โปรดไปพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการเดินทาง และควรป้องกันการแพร่กระจายเชื้อสู่ผู้อื่น โดยงดเดินทางขณะป่วย ถ้าจำเป็นควรสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา หลีกเลี่ยงคลุกคลี่กับผู้อื่น ปิดปากและจมูกด้วยทิชชูทุกครั้งที่ไอหรือจามและทิ้งลงถังขยะ ควรล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือแอลกอฮอล์ล้างมือ 70%
  • หากสงสัยว่ามีอาการป่วยจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ควรทำอย่างไร? ผู้ป่วยสงสัยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 จะมีอาการไข้ ร่วมกับ อาการทางเดินหายใจ เช่น ไอจาม มีน้ำมูก เหนื่อยหอบ และมีประวัติเดินทางไปยังประเทศจีน ภายใน 14 วันก่อนเริ่มมีอาการ หากมีอาการและประวัติเดินทางดังกล่าว ควรรีบไปพบแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติการเดินทางเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาต่อไป
  • ชนิดของหน้ากากอนามัยที่สามารถป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาได้ บุคคลที่ไม่มีอาการระบบทางเดินหายใจ ไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัย (Surgical Mask เนื่องจากไม่มีหลักฐานแสดงถึงการป้องกันบุคคลที่ไม่ป่วย อย่างไรก็ตามอาจสวมใส่หน้ากากอนามัย ในประเทศที่มีความเสี่ยง หรือเมื่ออยู่ในที่ชุมชนที่มีคนจำนวนมากเพื่อป้องกันตัวเอง บุคคลที่มีอาการระบบทางเดินหายใจควรสวมหน้ากากอนามัย (Surgical Mask) และไปพบแพทย์ หากมีไข้ ไอ และหายใจลำบาก
  • การทำความสะอาดที่พัก ควรมีการทำความสะอาดสถานที่ อุปกรณ์ เครื่องใช้ที่มีผู้สัมผัสจำนวนมาก เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได โต๊ะอาหาร ผ้าห่ม ผ้าปูเตียง เครื่องครัว จาน ชาม ช้อน ซ้อม แก้วน้ำ ด้วยน้ำยาทำความสะอาดหรือเช็ดด้วยแอลกอฮอล์ 70% อย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง
  • ขอแบบคัดกรองโรคในสถานที่ที่มีผู้เข้าออก หรือรวมตัวกันจำนวนมากอย่างฮอล์สำหรับจัดกิจกรรมใหญ่ ๆ ผู้จัดกิจกรรมควรคัดกรองผู้เข้าร่วมกิจกรรม ด้วยอาการ ไข้ ร่วมกับอาการะบบทางเดินหายใจ ไอ มีน้ำ มูก เหนื่อยหอบ และมีประวัติการเดินทางจากประเทศจีน ภายใน 14 วัน
  • ระดับของการแจ้งเตือนมีกี่ระดับ ปัจจุบันอยู่ในระดับสูงสุดแล้วหรือยัง การแจ้งเตือนมี 4 ระดับ โดยขณะนี้อยู่ในระดับที่ 3 หลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็น

การตรวจหาเชื้อ โควิด 19 (ไวรัสโคโรน่า) สายพันธุ์ใหม่

8 โรงพยาบาล ที่ตรวจเชื่อ โควิด 19 หรือ ไวรัสโคโรน่า

  1. โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ค่าบริการแพทย์และ Labตั้งแต่    3,000-6,000 บาท
  2. โรงพยาบาลราชวิถี ค่าบริการตั้งแต่ 3,000-6,000 บาท
  3. โรงพยาบาลเปาโล (ทุกสาขา) ค่าบริการตั้งแต่  5,000-13,000 บาท
  4. โรงพยาบาลรามาธิบดี ค่าบริการอยู่ที่ 5,000 บาท
  5. โรงพยาบาลบางปะกอก 9 ค่าบริการอยู่ที่ 5,000 บาท
  6. โรงพยาบาลพญาไท2 ค่าบริการอยู่ที่ 6,500บาท
  7. โรงพยาบาลแพทย์รังสิต ค่าบริการอยู่ที่ 7,000 บาท
  8. โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ ค่าบริการอยู่ที่ 9,900 บาท

ทั้งนี้แต่ละโรงพยาบาลมีค่าใช้จ่ายในการตรวจจะไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของการติดเชื้อหรือของผู้มาตรวจ ***บางที่แจ้งว่า กรณีที่ผลออกมาเป็นลบ หรือไม่ติดเชื้อ จะมีค่าใช้จ่ายในการตรวจ แต่หากมีผลออกมาว่าดิตเชื้อ จะไม่มีค่าใช้จ่ายในการตรวจ

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โควิด 19 (ไวรัสโคโรน่า)

ถูกใจ แชร์เลย